Global Warming Thailand - โลกร้อน เรือนกระจก 230 ซีอีโอ ท่องเที่ยวโลก ร่วมถกรับมือภาวะโลกร้อน
7 กันยายน 2010 - 08:46:09 *
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News: ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ชุมชนคนช่วยลดไข้ให้โลกร้อน
 
   Home   Help Login Register  
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: 230 ซีอีโอ ท่องเที่ยวโลก ร่วมถกรับมือภาวะโลกร้อน  (Read 2225 times)
theBoy
theBoy
Administrator
Newbie
*****

Karma: 0
Offline Offline

Posts: 33

119999019 theboy@thaiirc.in.th
View Profile WWW
« on: 30 เมษายน 2008 - 21:47:47 »

จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม PATA CEO Challenge 2008 ในระหว่างวันที่ 29-30 เมษายน2551 ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ของการปลุกจิตสำนึกในผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลก ให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อการรับมือกับสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือและเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก

    ด้วยการร่วมเสวนาในหัวข้อ Confronting Climate Change หรือการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ งานนี้มี"ซีอีโอระดับโลก"ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมประชุมกว่า 230 คน แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการบิน ธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว และโรงแรม โดยมี 17 กูรูร่วมเสวนา



โลกร้อนทำคนเที่ยวระยะสั้น

    ดร.อาร์เค ปาชัวรี ประธานคณะทำงานระหว่างภาครัฐบาลของสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลสาขาสันติภาพปี 2550 กล่าวว่า จากสภาวะโลกร้อน ได้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวในอนาคตเช่นกัน นักท่องเที่ยวเริ่มมีการคำนึงถึงผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม แนวโน้มรูปแบบการเดินทางจะเปลี่ยนแปลง คือจะเน้นการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคมากขึ้นและผู้บริโภคจะมีความสนใจท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพิ่มขึ้น

    ทั้งนี้หากแนวโน้มของอุณหภูมิอากาศ เพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 2 องศาต่อปี อาจจะส่งผลกระทบให้รูปแบบการเดินทางเปลี่ยนโดยนักท่องเที่ยวจะเดินทางท่องเที่ยวเฉพาะฤดูใบไม้ผลิ รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อพาหนะและราคาในการเดินทางด้วย

    อย่างไรก็ดี แนวทางในการแก้ไขปัญหานั้น ไม่เพียงแต่การสร้าง Corporate Social Responsibility เท่านั้น แต่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาในระยะยาว อาทิ การลดใช้พลังงาน การเพิ่มวันพักเฉลี่ย การสร้างตึกที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน และการหาแหล่งพลังงานทดแทน เป็นต้น

    ด้านนายโรหิต ทาวาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟาสต์ ฟิวเจอร์ ซึ่งได้รับรางวัล 1 ใน 10 ผู้นำด้านการพยากรณ์แนวโน้มของโลกและได้รับรางวัลวิทยากรด้านแนวคิดที่เน้นทางการตลาด ธุรกิจและการวางแนวเศรษฐกิจระยะยาว กล่าวว่า แนวโน้มของการเพิ่มประชากรโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะมีการเดินทางจากอินเดียและจีนสูงถึง 400 ล้านคนในปี 2015



อุตฯท่องเที่ยวปล่อยมลพิษ 5%

    ด้านนางแอนนา พอลล็อค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดสตีคอร์ป กล่าวว่าการปล่อยมลพิษในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลกในปัจจุบัน โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1,307 ล้านตัน หากแยกเป็นรายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จะเห็นว่าภาคการขนส่งทางอากาศ จะปล่อยก๊าซคาร์บอนมากที่สุดคือประมาณ 40% การขนส่งทางบก 32% โรงแรมและที่พักอาศัย 21% ที่เหลือจะเป็นการขนส่งด้านอื่นและกิจกรรมต่างๆ แต่โดยรวมทั้งอุตสาหกรรม การปล่อยมลพิษในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็จะอยู่ที่ประมาณ 5% หากเทียบกับการปล่อยมลพิษโดยรวมในทุกภาคอุตสาหกรรมของโลกรวมกันจะอยู่ที่ 26,400 ล้านตัน

    แม้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะปล่อยก๊าซคาร์บอน ในสัดส่วนที่น้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่น แต่จากขยายตัวของการปล่อยมลพิษโดยรวมที่มีอัตราเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัว ขณะที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ยังทำได้ไม่มากเพียงพอ ทั้งหากเปรียบเทียบกับการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ จากการสำรวจพบว่าภาคเทเล คอมมูนิเคชันและภาคการผลิตอาหาร จะมีแผนรับมือต่อสภาวะการนี้ได้ดีกว่า สามารถปรับตัวเพื่อดำเนินธุรกิจได้แม้จะเกิดปัญหาภาวะโลกร้อน

    ส่วนภาคการขนส่งและการท่องเที่ยว ปัจจุบันยังไม่มีการเตรียมแผนปรับตัวรับมือกับผลกระทบในเรื่องนี้ ดังนั้นการลดการปล่อยมลพิษจึงถือเป็นเป้าหมายที่ทุกภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบิน ด้านธุรกิจบริการ การท่องเที่ยวและโรงแรม จะต้องเข้ามามีส่วนร่วม และกระตุ้นให้เกิดความตระหนักถึงความรับผิดชอบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกต่อการรับมือกับสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น ผ่านเวทีการประชุมพาต้า ซีอีโอ ชาเล้นจ์ 2008 นี้

    ปัญหาสภาวะโลกร้อนนั้นจะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 2 องศา เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติทางสิ่งแวดล้อม โดยแนวทางแก้ไขปัญหา จะต้องหยุดเพิ่มการใช้ปริมาณคาร์บอน(Carbon Emission) การเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวนั้นจะเป็นการสร้างปัญหาโดยควรจะมุ่งเน้นไปที่รายได้มากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยวรวมทั้งจะต้องมีการบริหาร 10 ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนทำให้เกิดโลกร้อน คือประชากร พลังงาน ทรัพยากรทางน้ำ อาหาร และทรัพยากรอื่น ๆ การบริหารจัดการมลพิษ เช่น อากาศเสีย ขยะ เป็นต้น

    นอกจากนี้หากมีการใช้ปริมาณคาร์บอนมากเท่าใดจะต้องมีการปลูกต้นไม้เป็นพลังงานทดแทนที่ใช้ไปเท่านั้นรวมทั้งจะต้องปรับลดปริมาณการใช้ให้เหลือศูนย์ในที่สุด



งัดกลยุทธ์ร่วมลดภาวะโลกร้อน

    ในเวทีดังกล่าว ยังมีการเสวนาร่วมกันของ 11 ซีอีโอ ด้านการท่องเที่ยวได้มีการนำเสนอถึงแนวทางในการลดภาวะโลกร้อน อาทิ

    นายเร็นตัน เด ไอวิส กรรมการการท่องเที่ยวศรีลังกา กล่าวว่า ในส่วนของการท่องเที่ยวศรีลังกาได้ตระหนักเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยจัดแคมเปญในการลดโลกร้อน อาทิ แคมเปญ "Earth Lung"หรือโครงการคืนปอดให้โลก โครงการคาร์บอน คลีน รวมทั้งวางแผนในการปลูกต้นไม้ 7.3 หมื่นต้น

    นางเจน แอชตัน หัวหน้าฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ,TUI Travel กล่าวว่า บริษัทได้จัดทำโครงการเวิลด์ แคร์ ฟันด์ คาร์บอน ออฟเซ็ท โดยจัดตั้งกองทุน ให้ลูกค้าบริจาคเงินเข้ากองทุนจำนวน 1 ปอนด์ และบริษัทบริจาคอีกส่วนหนึ่ง เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมโลก

    ส่วนนายเอ็ดวิน ฟูลเลอร์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ ,แมริออท ล็อดจิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า แมริออทได้จัดทำโปรแกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายโครงการ อาทิ โครงการRecycle Pens เนื่องจากแต่ละปีบริษัทจะต้องซื้อปากกาจำนวนหลายหมื่นด้าม และจัดทำโครงการ Bamboo Golf Tee หรือโครงการทำแท่นกอล์ฟทีจากไม้ไผ่ เพื่อลดการใช้พลาสติก เป็นต้น

    ด้านนายแบร์รี ฮัมฟรีส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาเส้นทางและกิจการภายนอกองค์กร สายการบินเวอร์จิ้น แอตแลนติก กล่าวว่า สายการบินเวอร์จิ้นได้ร่วมมือกับโบอิ้งในการวิจัยและพัฒนาเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยการวิจัยการใช้พลังงานธรรมชาติ มาใช้แทนน้ำมันดีเซล โดยขณะนี้ได้ทดลองใช้บางส่วนในการบินระยะสั้นแล้ว และจะต้องมีการพัฒนาต่อไป เพื่อใช้ในอนาคตด้วย

    นายร็อบ เคลลา หัวหน้าฝ่ายบริหารความเสี่ยง สายการบินแควนตัส กล่าวว่า สายการบินมีเป้าหมายที่จะวางแผนลดปริมาณการใช้พลังงานให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2010 โดยแผนนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2006-2008 และได้ลดปริมาณการใช้ได้ถึง 50% แล้ว

    นายโสนุ ชีพดาซานี ประธานและซีอีโอ ซิกเซ้นท์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ยกตัวอย่างโครงการรีสอร์ทที่มัลดีฟว่าได้จัดทำโครงการDeep Sea Water Cool โดยจัดทำแท็งก์ปรับอุณหภูมิน้ำทะเลลึกให้ยังคงอุณหภูมิต่ำอยู่เสมอ เพื่อรักษาระบบชีวะวิทยาภายใต้น้ำทะเลลึก มีการจัดทำโครงการEarth Spa โดยจะเน้นเรื่องการใช้วัสดุธรรมธรรมชาติไม่ติดแอร์ การจัดทำโครงการออร์กานิก การ์เด้นท์ เป็นต้น

    ส่วนนายปีเตอร์ เทราท์แมน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ สนามบินมิวนิก เผยว่าสนามบินได้ใช้พลังงานทดแทนด้วยการจัดทำหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการใช้พลังงาน พร้อมกันนี้ยังได้จัดการจราจรภายในสนามบินใหม่ทั้งหมด โดยจะควบคุมไม่ให้เครื่องบินขึ้นลงสะดวกโดยไม่ติดขัด จากปกติที่สนามบินทั่วไปจะจ่อคิวรอขึ้นบินจำนวน 3-5 ลำ เพื่อลดปริมาณการใช้เผาผลาญน้ำมันระหว่างการรอ รวมทั้งยังพัฒนาการใช้น้ำมันเมล็ดธัญพืชในการใช้น้ำมันในภายสนามบินเพื่อทดแทนการใช้ดีเซล


ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2318 01 พ.ค. - 03 พ.ค. 2551
Logged

Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Directory | SEO Thai | Thai Movie | โลกร้อน | จดโดเมน | รับออกแบบ จัดทำเว็บไซต์ | ระบบจัดเก็บเอกสาร
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.3 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!